ผู้สนับสนุน

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

ทักษิณตบหน้าพวกโบราณ


Thaksin Shinawatra : สวัสดีครับคุณเนลสัน เป็นเกียรติอย่างที่ได้มาพบท่าน ขอถ่ายรูปไปอวดใครบางคนที่เมืองไทยหน่อยครับ ไม่รู้ว่าจะมีใครลงไปนอนชักดิ้นชักงอ แล้วก็บอกว่าผมตัดต่ออีก อิอิ…ท่านดูขาวขึ้นนะครับ

Nelson Mandela : ขอบใจคุณทักษิณ มาเเซวผมถึงนี่เชียว….นี่คุณกษิต ผมเอง เนลสัน แมนเดลล่า ไม่เเปลกใจหรอกถ้าคุณไม่เชื่อรูปนี้ เพราะผมไม่ได้ใส่เสื้อสีเหลืองมาวันนี้…เอิ้ก ๆ

ทักษิณ เปิดใจที่นี่ที่เดียว(คลิ้กฟังเสียงสัมภาษณ์ตามลิ้งค์)

ภาย หลังจากนายนพดล ปัทมะที่ปรึกษากฎหมายตระกูลชินวัตร นำรูปถ่ายล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถ่ายรูปคู่กับ นายเนลสัน แมนเดลามาเปิดเผยกับสื่อมวลชนแต่กลับโดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจจะเป็นรูปถ่ายที่ถูกปรับแต่งหรือไม่นั้น รวมทั้งกระแสข่าวเรื่องปัญหาสุขภาพ ล่าสุดไทยรัฐออนไลน์ ได้พยายามค้นหาคำตอบ จนสามารถติดต่อสัมภาษณ์ EXCLUSIVE กับ อดีตนายกรัฐมนตรีได้ เรามาลองฟังแบบคำต่อคำกันเลยดีกว่า


อยากขอเรียนถามถึงความคืบหน้า ว่า ขณะนี้ท่านอาศัยอยู่ในประเทศอะไร

ผม ... เดินทางตลอดเวลา ครับ ขณะนี้อยู่ที่ทวีปแอฟริกา มาทำเหมืองเพชร อยู่

ด้านกระแสข่าวเรื่องสุขภาพ ที่มีการพูดถึงในวงกว้างว่าอาจจะกำลังป่วยหนักอยู่

คน ที่สร้างเรื่องก็โกหกมาตลอดอยู่แล้วนี่ครับ หากคนยังเชื่อการโกหกอยู่ คน ๆ นั้น ก็ควรพิจารณาตัวเองว่า ทำไมจึงยังเชื่อคนที่โกหกเราตลอดทั้ง ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่ามันไม่จริงก็ยังเชื่ออยู่ ก็ต้องถามตัวเองแล้วว่า ตัวเองผิดปกติหรือเปล่า หรือชอบฟังนิยายโกหก คนเราใครจะพูดอะไรก็ได้ มันอยู่ที่คนฟัง พูดได้หมดครับ จะพูดไง จะโกหกยังไงก็ได้ แต่อยู่ที่คนฟัง คุณฟังเสียงผมแล้วคิดว่าผมป่วยไหม

ส่วนเรื่องที่หยุดการสนทนาผ่านทวิตเตอร์ ในระยะนี้ มีปัญหาติดขัดในเรื่องอะไรนั้น

ผม ก็อยากให้บ้านเมืองเกิดความปรองดอง ทุกคนก็ยังจะ .... จริง ๆ แล้ว หากไม่ใช่ไทยรัฐ ผมก็คงไม่พูดนะ

ด้านเหตุผลที่ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฮุนเซน

คือ ผม... รำคาญ ครับ เพราะมักจะมีการกล่าวหาผม อย่างโน้นอย่างนี้ อยู่บ่อย ๆ ผมก็เลยปรึกษาท่านฮุนเซน ว่า ผมออกดีกว่าไหม มันจะได้ขี้เกียจรำคาญ ผมจะได้สบาย ๆ อีกทั้งผมเอง ก็ไม่มีเวลาให้เค้าจริง ๆ ผมไม่มีเวลาเลย เหมือนไปเอาชื่อเป็นตำแหน่งเค้า แต่ว่าไม่มีเวลา เพราะว่าผมไม่ค่อยได้ไปกัมพูชา เพราะผมเดินทางมาทำเหมือง ทำอะไรเลยไม่มีเวลา ก็เลยลาออกดีกว่า

หากนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เชิญให้กลับมาเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจอีกครั้งจะกลับมารับตำแหน่งหรือไม่

ไม่ ครับ ... อย่าเลย ขอทำเรื่องของตัวเองมั่ง อายุก็เยอะแล้วไม่ค่อยมีเวลา ทำงานให้ตัวเองดีกว่า ทรัพย์สินหามา ก็ถูกปล้นไปเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ก็ต้องหาใหม่เพื่อสร้างหลักสร้างฐานให้ลูกต่อไป

ด้านการที่ นายกษิต ภิรมย์ เดินทางไปเจรจากับรัฐบาลมอนเตเนโกร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความพยายามเจรจาเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนและยกเลิก สัญชาติมอนเตเนโกร

ผมว่าคนคนนี้ เดินทางไปที่ไหนเค้าก็คงต้อนรับแต่เพียงในนาม เพราะพอคุยได้เพียงสองคำคนเค้าก็วิ่งหนีหมด และผมเองก็ไม่เคยคิดที่จะให้ความสำคัญกับคน ๆ นี้เลย

ด้านอนาคตทางการเมือง ยังปรารถนาที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่

ผมเป็นคนไม่มีอนาคตทางการเมือง อนาคตทางการเมืองของผม ผมขอเป็นคนของประชาชนต่อไปแค่นั้น ก็พอไม่มีอย่างอื่น

หากสามารถเดินทางกลับประเทศไทย ได้ จะเดินทางกลับมาเมื่อใด

ผม อยากกลับบ้านเกิด ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่จริง ๆ แล้ว เฉย ๆ ครับ จะกลับก็ได้ ไม่กลับก็ได้ ขอให้บ้านเมืองมีความปรองดอง เลิกกลั่นแกล้งกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลั่นแกล้งกับคนที่ไม่มีกำลัง มันไม่ดีเลย เพราะมันจะสร้างความโกรธแค้นในใจให้เข้าไปลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผมอยากขอให้เลิกเห็นคนที่เค้าไม่มีกำลังเหมือนไม่ใช่คนไทยได้แล้ว อันนี้มันเป็นนิสัยเก่า ที่เคยไปใช้สมัยโบราณแล้ว มันไม่ดี ซึ่งเมื่อยามใดที่เผด็จการครอบงำประเทศก็มักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทุก ครั้ง ซึ่งมันอันตรายต่อประเทศโดยรวม

ด้านเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตว่ารูปภาพล่าสุด ที่ถ่ายร่วมกับอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา อาจเป็นภาพที่ถูกปรับแต่งขึ้น

ผม ขอยืนยันว่า รูปดังกล่าวเป็นการถ่ายเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ส.ค.2553 เวลาประมาณ 14.00 น. ของทวีปแอฟาริกา โดย ผมถ่ายกับนายเนลสัน แมนเดลา ที่มูลนิธิของอดีตผู้นำแอฟริกาใต้ จากนั้น ในเวลาประมาณ 16.00 น. ไปถ่ายรูปกับ วินนี่ แมนเดลา ที่บ้านพักที่ใช้ในการต้อนรับนายเนลสัน หลังติดคุกอยู่นานถึง 27 ปี

เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ เปิดเผยว่าจะมีบทสัมภาษณ์ตอนที่ 2 เรื่องเกี่ยวกับ "ความในใจของอดีตนายกรัฐมนตรี ต่อเบื้องหลังเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 ก.ย." มานำเสนอต่อต่อในวันพรุ่งนี้
*******************

ส่วน ใครยังปัญญาสตึว่าทักษิณยังไม่ตาย(สมใจ)เพราะยังให้สัมภาษณ์ไทยรัฐ แล้วได้ไปพบแมนเดลาจริงไหม? นี่เป็นเมล์ที่นักข่าวTHE NATIONถามไปยังสำนักงานของแมนเดลา และได้คำตอบมาดังนี้ (รายละเอียด )

Dear Mr Saksith Saiyasombut,

There was no official meeting between Mr Thaksin and Mr Mandela. Mr Thaksin paid Mr Mandela a courtesy call when he was visiting the country.
We do not have photographs or documents as no business was discussed and the courtesy call was during Mr Mandela’s private time. The Foundation did not take any photographs.
Wes it was a private courtesy call.
Regards,

Sello Hatang, Manager: Information Communications, Nelson Mandela Foundation

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ทางรอดวันนี้สีแดง


มี ข่าวเข้าหูมาเรื่อยๆ ว่า สมาชิกและแม่ยกของพรรคเพื่อไทยบางส่วน ซึ่งหวังว่าจะเป็นส่วนน้อย เชื่อว่าคนเสื้อแดงคือปัญหาทางการเมืองของฝ่ายตน จึงมีความพยายามอย่างเงียบๆ ที่จะแยกคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยออกจากกัน โดยหวังว่าวิธีนี้จะส่งเสริมชัยชนะในการเลือกตั้งที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าจะ เกิดขึ้นเมื่อไหร่

หลังฉากน่ะก็ดูแลสนับสนุน แต่หน้าฉากจะทำมึนตึงหรือเย็นชาเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน

ฟังเผินๆ ก็อยากบอกว่าช่างฉลาดล้ำลึก แต่วิเคราะห์เข้าจริงๆ แล้วมันอ่อนด้อย ล้าหลัง และน่าเวทนาจนไม่รู้จะแกล้งชมอย่างไร

ประเด็นใหญ่มีแค่ ๒ ประเด็นเท่านั้น

หนึ่ง-พรรค เพื่อไทยในวันนี้มีแต่คนเสื้อแดงเป็นพวกและพร้อมจะเป็นฐานขึ้นสู่อำนาจให้ คนอื่นๆ เขาพร้อมจะผสมพันธุ์กับเหลือง ชมพู และหลากสีเพื่อความอยู่รอดของเขามานานแล้ว

สอง-มหาอำมาตย์ใหญ่และ โคตรเหง้าศักราชของเขาบวกด้วยเหล่าขี้ข้าม้าครอกทั้งฝูง เขาขึ้นใจเสียแล้วว่าคนเสื้อแดงคือฝ่ายประชาธิปไตยและเป็นศัตรูตัวฉกาจของ เขา เกมดัดจริตที่ว่าด้วยแยกกันเดิน-รวมกันตีนั้น จะเอาไปเล่นลิงหลอกเจ้าที่ไหน?

แค่สองประเด็นนี้ก็ควรตั้งสติได้แล้วนะครับว่า พรรคเพื่อไทยควรมีนโยบายการเมืองอย่างไรต่อมวลชนคนเสื้อแดง

ผู้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทยต้องลงไปหยุดกระแสงี่เง่านี้และสวมกอดมวลชนคนเสื้อแดงอย่างไม่ต้องลังเลสะทกสะท้านใดๆ เลย

ประกาศ เป็นนโยบายของพรรคหรืออย่างน้อยให้เป็นมติกรรมการบริหารไปเลยว่า มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยคือมวลชนของเรา และสั่งให้ผู้สมัคร ส.ส. ในอนาคตออกไปสนับสนุนอย่างเปิดเผย

อย่ามาพูดท่านั้นท่านี้ว่า เป็น ส.ส. ก็ต้องเล่นในสภา จะไปเล่นนอกสภาไม่ได้

ยาง หัวยังไม่ตกกันอีกหรือว่าเขาใช้ความดิบเถื่อนยึดได้ทั้งสภา ทั้งทรัพย์สินชั่วชีวิตของคุณและครอบครัว แถมยังฆ่าคุณได้หน้าตาเฉยอีกด้วย จะยังไม่สำนึกในความจริงแล้วกราบขอร้องให้มวลชนปกป้องเราจากภัยรัฐประหารและ อื่นๆ เพื่อเราจะได้อยู่รอดไปทำงานรับใช้มวลชนอีกต่อหนึ่งอีกหรือ?

อย่า มาอ้างว่ามวลชนที่เป็นกลางเขาไม่ชอบความวุ่นวายในบ้านเมือง เขาอยากให้สงบและเลือกตั้ง ใครคิดอย่างนี้หัดออกไปฟังเสียงให้ไกลจากสำนักงานเลือกตั้งหรือกลุ่มก๊วนของ ตัวเองอีกสักหน่อยเถอะ จะได้รู้ว่ามวลชนคนเดินดินตัวจริงเสียงจริงเขารอคอยให้เมืองไทยเปลี่ยนแปลง แบบพลิกฟ้าพลิกดินกันขนาดไหน

สมัยที่มีเวทีสนามหลวง ทำเนียบรัฐบาล ผ่านฟ้า และราชประสงค์ เราเตือนกันด้วยความหวังดีว่า ระวังแกนนำจะล้าหลังกว่ามวลชน

ตอน นี้ต้องเอามาขยายว่า กรุณาระวังว่าพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ท่านสมาชิกพรรค และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย จะล้าหลังกว่ามวลชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง

ใครทำตัวห่างเหิน กับเสื้อแดงในวันนี้ ก็เท่ากับยอมรับสภาพเดิมของผู้มีอำนาจเก่า นั่นคือยอมรับในนโยบายทำลายประชาธิปไตยและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนฝ่าย ประชาธิปไตยของเขา

ใครกระโดดเข้าสวมกอดคนเสื้อแดงวันนี้ เท่ากับอ่านกระแสออกวิเคราะห์สถานการณ์ทัน และพูดโดยไม่ต้องพูดเลยว่าพร้อมจะยืนเคียงข้างมวลชนและสู้อย่างถึงที่สุด ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากให้มันเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเลยแม้แต่คำเดียว

ใคร จะเล่นเกมดัดจริตและรอให้เขายุบพรรคเป็นครั้งที่สามก็รอไปเถอะครับ แต่ควรรู้ว่าน้ำอดน้ำทนของมวลชนท่านก็มีขีดจำกัด และเขาฉลาดพอที่จะไม่เกาะอะไรที่มันลอยตามน้ำมา เพราะนอกจากเหม็นมือแล้วยังยึดเป็นหลักอะไรไม่ได้เอาเลย

มวลชนเขาจะเอาประชาธิปไตยอย่างเดียว ระบบใต้ตีนใครเขาไม่เอา

และทางรอดในวันนี้มีแต่สีแดงเท่านั้น.

นิสิตชูป้าย ช่วยผู้ต้องขังจากการชุมนุมที่ จ.มหาสารคาม

นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามชูป้ายรณรงค์ ช่วยเหลือผู้ต้องขังที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด มหาสารคาม หลังจากถูกขังโดยไม่ได้รับการประกันตัวกว่า 3 เดือน
 
 
 
เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 3 คน ได้ทำกิจกรรมชูป้ายรณรงค์เรื่องการถูกจับกุมคุมขังชาวจังหวัดมหาสารคามจำนวน 12 คน (ปัจจุบันยังถูกขังอยู่ในเรือนจำ 10 คน) ที่ถูกตั้งข้อหาดว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด มหาสารคาม (หลังเก่า) ในเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดมหาสารคามเมื่อ กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนักศึกษากลุ่มดังกล่าวได้จัดกิจกรรมขึ้นที่บริเวณทางเข้าตลาดภายใน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ตลาดน้อย)
 
นิสิตกลุ่มนี้ได้พยายามให้เห็นว่าจังหวัดมหาสารคามก็มีคนถูกคุมขังและดำเนินคดีตาม พรก. ฉุกเฉิน โดยมีทั้งชาวบ้านและนักศึกษาจำนวน 10 คน และได้ถูกคุมขังมาแล้ว 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งเป็นผลกระทบตามมาต่อครอบครัวของผู้ต้องหา
 
หนึ่งในผู้รณรงค์ได้ชี้แจงว่าต่อ”ประชาไท”ว่า“เราไม่สนใจว่าผู้ที่ถูก คุมขังจะเข้าร่วมหรือไม่ได้เข้าร่วมกับการชุมนุมทางการเมืองในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาหรือไม่ แต่ที่เราสนใจคือ ทำไมพวกเขาเหล่านี้ถึงไม่ได้รับการประกันตัว …??? พวกเขาต้องการที่จะกลับไปเรียนหนังสือ และพวกเขาต้องทำมาหากินหาเลี้ยงลูกเมีย
 
ตัวแทนอีกคนของนิสิตกลุ่มนี้กล่าวว่า “เราอยากให้มีอาสาสมัครที่เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามไปให้การช่วยเหลือ แก่ญาติผู้ที่ถูกคุมขังเกี่ยวกับการติดตามคดีและกระบวนการทางกฏหมายของพวก เขา หรืออย่างน้อยก็อยากให้ไปเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ทั้งผู้ที่ถูกคุมขังและญาติ พี่น้องของพวกเขา”
 
นอกจากนี้นิสิตคนดังกล่าวยังได้กล่าวเสริมอีกว่า”รายได้ของครอบครัวของ ผู้ที่ถูกคุมขังหลายคนมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับรายจ่ายที่ต้องหมดไปกับทั้งเรื่องการติดตามการดำเนินคดี และการไปเยี่ยมผู้ต้องขังที่เรือนจำเป็นประจำทุกวัน ซึ่งบางคนที่เงินมีน้อยก็ต้องมาเยี่ยมเพียงอาทิตย์ละครั้ง หรือมาเยี่ยมเมื่อครบกำหนดและต่ออายุการฝากขังในแต่ละครั้ง  ทำให้พวกเขาได้รับความลำบากมาก”
 
บรรยากาศในปฏิบัติการชูป้ายบอกข่าวในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นเป็นจำนวนมาก ที่มีทั้งการยืนดูและพูดคุยสอบถาม รวมถึงการแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกัน แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ก็ทำได้เพียงแค่ 20 นาที เท่านั้น  เนื่องจากได้มีเจ้าหน้าที่กองกิจการนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ามาสอบถามตัวแทนนิสิตกลุ่มนี้ และได้โทรศัพท์รายงานสถานการณ์ต่อกองกิจการนิสิตฯ  ทางกลุ่มนิสิตจึงได้ยุติการดำเนินกิจกรรมเมื่อเวลา 20.50 น.
 

©2010 กลุ่มแดงหลังตู้เย็น

ดาวน์โหลด pdf creator : Discount Cordless Screwdriver : Online Condom Store : Strathwood Chair Shop